วันพุธที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2556

โคกพระนอน-โคกกระโดก โบราณสถานที่เคยถูกลืม


วัดพระนอน
    วันอังคารที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๖ ผมออกจากห้องพักของเพื่อนในซอยต้นไทร ย่านตำบลไผ่ลิง ตอนประมาณ ๑๑ โมง เป้าหมายของผมในวันนี้คือการออกสำรวจวัดพระนอน ซึ่งมีข่าวว่าเพิ่งค้นพบใหม่เมื่อไม่นานมานี้ จากในภาพข่าววัดนี้ตั้งอยู่บนโคกที่แวดล้อมด้วยบึงน้ำและป่ารกทำให้ยากแก่การเข้าถึงมาเป็นเวลาช้านาน ชาวบ้านที่เข้าไปหาปลาได้พบซากพระนอนเข้าจึงทำให้กลายเป็นข่าวใหญ่ในเวลาต่อมา เมื่อรู้ข่าวผมจึงตรวจดูในแผนที่ของคุณพเยาว์ เข็มนาค ฉบับที่ปรับปรุงใหม่โดยคณะของคุณสุจิตต์ วงษ์เทศ เพื่อหาตำแหน่งที่ตั้งของวัด ปรากฏว่าพบที่ตั้งของวัดอยู่ห่างจากวัดใหญ่ชัยมงคลไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้และยังปรากฏชื่อลำคลองสายหนึ่งในบริเวณเดียวกันเรียกว่าคลองพระนอนด้วย 
ผมเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างให้ไปส่งแถวๆสามแยกที่เลยจากวัดใหญ่ชัยมงคลไปไม่ไกล พี่คนขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างแนะให้ไปถามทางเอาจากชาวบ้าน ผมจึงเข้าไปถามในร้านขายพวกตุ๊กตาประดับสวนและเขาก็ใจดีอาสาจะพาไปส่งให้ถึงที่ ทางเข้าวัดอยู่ริมถนนที่จะไปออกข้างศูนย์ราชการและถนนสายเอเชีย ซึ่งอยู่ห่างจากแยกที่ผมลงรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้ามาประมาณ ๓๐๐ เมตร ปากซอยเป็นอพารท์เมนท์เลยไม่ได้ดูเปลี่ยวร้างอย่างที่คิดไว้ เข้าซอยมาก็เป็นบ้านคนและมีบึงน้ำอยู่ทางด้านซ้าย ถัดจากบึงน้ำก็เป็นโคกโบราณสถานขนาดใหญ่และโคกพระนอนก็จะอยู่เลยโคกนี้ไปจนสุดทาง 


ปัจจุบันวัดพระนอนได้รับการแผ้วถางและปรับพื้นที่เรียบร้อยทำให้สามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก ผลจากการขุดแต่งทำให้สามารถเห็นร่องรอยของสิ่งก่อสร้างในโบราณสถานได้ชัดเจน โคกพระนอนนี้เป็นกลุ่มโบราณสถานที่มีสิ่งก่อสร้างหลักเป็นเจดีย์และวิหารที่ตั้งอยู่เรียงกันในแนวแกนตะวันออก-ตะวันตก ตัวเจดีย์ถูกทำลายจนเหลือให้เห็นแค่ฐานในผังสี่เหลี่ยม ผมเข้าใจว่าเจดีย์องค์นี้มีการซ่อมแซมในสมัยหลังโดยก่ออิฐพอกทับเจดีย์แปดเหลี่ยมองค์เดิมไว้ด้านใน 

วิหารพระนอนถ่ายจากทางทิศตะวันออก

เจดีย์ฐานสี่เหลี่ยมมีร่องรอยของเจดีย์แปดเหลี่ยมด้านใน

วิหารพระนอนตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเจดีย์ เป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าคล้ายว่าแบ่งเป็นสองห้อง คือห้องที่ประดิษฐานพระนอนข้างหนึ่งและอีกข้างหนึ่งทางปลายพระบาทเป็นห้องสำหรับอย่างอื่น  องค์พระนอนประดิษฐานอยู่ทางสุดข้างตะวันตกของวิหาร ก่อสร้างด้วยอิฐฉาบปูนในอิริยาบถนอนตะแคงหันพระพักตร์ไปทางทิศใต้และหันพระเศียรไปทางทิศตะวันตก  องค์พระอยู่ในสภาพชำรุดมากเนื่องจากการลักลอบขุดค้นหาสมบัติ ทำให้องค์พระอยู่ในสภาพหักเป็นท่อนๆปูนที่ฉาบก็กะเทาะออกมาเผยให้เห็นร่องรอยการซ่อมของช่างสมัยโบราณ จึงเป็นไปได้ว่าวัดแห่งนี้ได้รับการบูรณะใหญ่ในสมัยอยุธยาตอนปลายก่อนที่จะถูกทิ้งร้างและถูกขุดค้นทำลายหลังเหตุการณ์เสียกรุงครั้งที่ ๒

พระเศียรขององค์พระที่หักพังแล้วกลิ้งตะแคงหันไปทางทิศเหนือ
มีร่องรอยของปูนที่พอกทับและชิ้นส่วนที่กะเทาะออกมา

ที่พระนาภีทีร่องรอยปูนปั้นเป็นชายสังฆาฏิของเดิมอยู่ภายใต้รอยกะเทาะ

การกะเทาะออกของปูนตั้งแต่ช่วงพระเพลาลงไปทำให้เห็นงานปูนปั้นของเดิมที่เคยถูกพอกทับไว้
 
เดิมพระนอนองค์นี้น่าจะสร้างโดยก่ออิฐติดผนังของวิหารเช่นเดียวกับพระนอนที่วัดพระรูป
จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อมีการรื้อทำลายองค์พระจึงทะลายลงมาทำให้ไม่มีลายปูนปั้นเบื้องพระปฤษฎางค์


ชิ้นส่วนพระโอษฐ์และพระหนุ มีเม็ดพระศกตกหล่นให้เห็น

ชิ้นส่วนกระเบื้องกาบและกระเบื้องเกล็ด ที่ตกหล่นอยู่บริเวณวิหารพระนอน





 วัดกระโดก

ผมเดินย้อนกลับมาทางโคกที่มีกลุ่มโบราณสถานกลุ่มแรกทางทิศตะวันออกซึ่งอยู่ห่างจากโคกพระนอนมาไม่ไกล ทำให้ผมคิดไปว่าบางทีทั้งสองโคกนี้อาจจะเป็นวัดเดียวกันก็ได้ แต่ในแผนที่ของคุณพเยาว์ ระบุเอาไว้ว่าโคกทางด้านนี้เป็นวัดกระโดก ซึ่งก็ได้รับการปรับพื้นที่และขุดแต่งเช่นเดียวกับที่โคกพระนอน มีรอยล้อรถไถบนพื้นกับเศษอิฐและเศษกระเบื้องชิ้นเล็กชิ้นน้อยเต็มไปหมด วัดนี้มีอาคารขนาดใหญ่อยู่ทางทิศตะวันออกมีฐานสูงทีเดียว ไม่แน่ใจว่าเป็นวิหารหรืออุโบสถเพราะไม่พบใบเสมา ด้านบนมีซากพระพุทธรูปหินทรายขนาดใหญ่กองเอาไว้  ส่วนตรงที่ตั้งพระประธานมีศาลาเล็กๆที่ทำขึ้นเพื่อประดิษฐานกลุ่มพระพุทธรูปที่ซ่อมแซมขึ้นใหม่ ด้านหลังอาคารเป็นกลุ่มเจดีย์จำนวนมากซึ่งล้วนแล้วแต่ถูกขุดทำลายสิ้น แต่ผลการการขุดทำลายก็ทำให้เห็นร่องรอยของการซ่อมแซมวัดในสมัยหลังด้วย โดยเฉพาะฐานเจดีย์แปดเหลี่ยมซึ่งถูกก่ออิฐหุ้มเอาไว้ในตำแหน่งของเจดีย์ประธาน และเศษปูนปั้นประดับที่มีลวดลายสมัยอยุธยาตอนต้น ทำให้สันนิษฐานได้ว่าวัดนี้น่าจะมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้นและถูกบูรณะในสมัยต่อๆมา เสียดายที่อากาศร้อนอบอ้าวเกินไปผมเดินดูโบราณสถานจนถึงเที่ยงวันก็จำต้องกลับออกมา 


โคกวัดกระโดกจากบริเวณทางเข้า


ซากสิ่งก่อสร้างในตำแหน่งเจดีย์ประธาน

 
ฐานเจดีย์แปดเหลี่ยมที่เคยถูกก่ออิฐพอกเอาไว้

 
ชิ้นส่วนปูนปั้นลายกลีบบัวรองรับหน้ากระดานรูปดอกกลมสลับบั้ง งานสมัยอยุธยาตอนต้น


 
ชิ้นส่วนปูนปั้นบัวหงายมีลายประดับเป็นวงโค้งของตัวกระหนกเหลือให้เห็น

 
ลายกลีบบัวมีลายประดับภายใน สมัยอยุธยาตอนต้น




....................................

ดูเรื่องลายเพิ่มเติมในหนังสือ "กระหนกในดินแดนไทย" โดย ศ.ดร.สันติ เล็กสุขุม

2 ความคิดเห็น: